
Butterfly Valve หรือวาล์วผีเสื้อ เป็นวาล์วที่นิยมใช้ในระบบท่อทั้งภายในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยโครงสร้างที่ค่อนข้างกะทัดรัด เปิด-ปิดได้รวดเร็ว และมีให้เลือกหลายขนาด จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่ระบบท่อน้ำทั่วไป ไปจนถึงระบบท่อขนาดใหญ่ในงานอุตสาหกรรม
แต่ Butterfly Valve มีกี่ขนาด และควรเลือกขนาดเท่าไรให้เหมาะกับระบบ? การเลือกไม่ได้พิจารณาเพียงเสผ่านศูนย์กลางของท่อเท่านั้น แต่ยังต้องดูอัตราการไหล แรงดัน อุณหภูมิ และชนิดของของไหลประกอบกันด้วย
Butterfly Valve คืออะไร ?
Butterfly Valve คือ วาล์วที่ควบคุมการไหลด้วยแผ่น Disc ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในตัววาล์ว เมื่อหมุนก้านวาล์ว แผ่น Disc จะหมุนเพื่อเปิด ปิด หรือปรับทางไหลของของไหล โดยการหมุนประมาณ 90 องศาสามารถเปลี่ยนจากตำแหน่งปิดไปสู่ตำแหน่งเปิดได้
ด้วยหลักการทำงานแบบ Quarter Turn ทำให้ Butterfly Valve เปิด-ปิดได้รวดเร็ว อีกทั้งโครงสร้างยังมีขนาดกะทัดรัดเมื่อเทียบกับวาล์วบางประเภท จึงได้รับความนิยมในระบบที่มีท่อขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
Butterfly Valve มีกี่ขนาด ?
Butterfly Valve มีขนาดให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ประมาณ 2 นิ้ว (DN50) ไปจนถึงมากกว่า 48 นิ้ว (DN1200) และผู้ผลิตบางรายสามารถผลิตวาล์วที่มีขนาดใหญ่กว่านี้สำหรับงานเฉพาะทางได้
ดังนั้น จึงไม่สามารถระบุได้แบบตายตัวว่า Butterfly Valve มีทั้งหมดกี่ขนาด เพราะช่วงขนาดขึ้นอยู่กับมาตรฐาน รูปแบบวาล์ว และผู้ผลิตแต่ละราย แต่ขนาดที่พบได้ในงานระบบทั่วไป เช่น
| ขนาด Butterfly Valve | ขนาด DN โดยประมาณ | ตัวอย่างลักษณะงาน |
| 2–4 นิ้ว | DN50–DN100 | ระบบท่อน้ำและงาน Utility |
| 5–8 นิ้ว | DN125–DN200 | ระบบ HVAC และ ระบบน้ำในอาคาร |
| 10–16 นิ้ว | DN250–DN400 | ระบบน้ำและงานอุตสาหกรรม |
| 18–24 นิ้ว | DN450–DN600 | ระบบส่งและจ่ายน้ำปริมาณมาก |
| มากกว่า 24 นิ้ว | มากกว่า DN600 | ระบบท่อขนาดใหญ่และ งาน Infrastructure |
ตารางนี้เป็นเพียงการแบ่งช่วงเพื่อให้เห็นภาพการใช้งาน เพราะการเลือกขนาดจริงควรอ้างอิงจากการออกแบบระบบและข้อมูลทางวิศวกรรมเป็นหลัก
Butterfly Valve ขนาด 2–4 นิ้ว เหมาะกับงานแบบไหน ?
Butterfly Valve ขนาดเล็กประมาณ 2–4 นิ้ว เหมาะกับระบบท่อที่มีอัตราการไหลไม่สูงมาก เช่น ระบบน้ำทั่วไป ระบบ Utility หรือท่อแยกสำหรับอุปกรณ์ภายในอาคารและโรงงาน
ข้อดีคือมีขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่ติดตั้งไม่มาก และสามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแบบมือโยกหรือเชื่อมต่อกับ Actuator ขึ้นอยู่กับลักษณะการควบคุมของระบบ
Butterfly Valve ขนาด 5–8 นิ้ว เหมาะกับงานแบบไหน ?
ช่วง 5–8 นิ้ว พบได้ในระบบท่ออาคารและงานอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะระบบ HVAC เช่น Chilled Water และ Cooling Water รวมถึงระบบน้ำสำหรับกระบวนการผลิต
วาล์วในช่วงขนาดนี้สามารถใช้เป็น Isolation Valve เพื่อเปิดหรือปิดการไหลในแต่ละโซน และอาจใช้งานร่วมกับ Gear Operator หรือ Actuator เพื่อช่วยให้ควบคุมการเปิด-ปิดได้สะดวกขึ้น
Butterfly Valve ขนาด 10–16 นิ้ว เหมาะกับงานแบบไหน ?
เมื่อระบบมีอัตราการไหลเพิ่มขึ้นและใช้ท่อขนาดใหญ่ เช่น ระบบน้ำในโรงงาน ระบบ Cooling Water หรือระบบจ่ายน้ำส่วนกลาง อาจพบการใช้ Butterfly Valve ขนาด 10–16 นิ้ว
Butterfly Valve มีข้อได้เปรียบในงานลักษณะนี้จากตัววาล์วที่ค่อนข้างกะทัดรัดและน้ำหนักไม่สูงมากเมื่อเทียบกับวาล์วบางประเภทที่มีขนาด Nominal Pipe Size เท่ากัน จึงช่วยลดพื้นที่ที่ต้องใช้ในการติดตั้ง
Butterfly Valve ขนาด 18–24 นิ้ว เหมาะกับงานแบบไหน ?
Butterfly Valve ช่วง 18–24 นิ้ว เหมาะกับระบบที่ต้องรองรับการไหลของน้ำในปริมาณมาก เช่น ระบบจ่ายน้ำ ระบบ Cooling Water ขนาดใหญ่ หรือระบบท่อหลักของโรงงานและอาคารขนาดใหญ่
วาล์วขนาดนี้มักใช้ Gear Operator หรือ Actuator สำหรับควบคุม เนื่องจากการเปิด-ปิดด้วยมือโดยตรงอาจต้องใช้แรงบิดสูงขึ้นตามขนาดและเงื่อนไขการทำงานของวาล์ว
Butterfly Valve ขนาดมากกว่า 24 นิ้ว ใช้กับงานอะไร ?
Butterfly Valve ขนาดมากกว่า 24 นิ้ว สามารถพบได้ในระบบท่อขนาดใหญ่ เช่น ระบบผลิตและส่งน้ำ ระบบน้ำหล่อเย็นของโรงงาน ระบบสาธารณูปโภค และโครงการ Infrastructure ที่ต้องจัดการของไหลในปริมาณสูง
วาล์วกลุ่มนี้ต้องให้ความสำคัญกับทั้ง Pressure Rating, Actuator, แรงบิด รวมถึงพื้นที่ติดตั้งและการบำรุงรักษา เนื่องจากขนาดและสภาวะการทำงานของระบบมีผลโดยตรงต่อการเลือกวาล์ว
เลือก Butterfly Valve ให้เหมาะกับระบบ ช่วยให้ควบคุมการไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Butterfly Valve มีให้เลือกตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับระบบท่อทั่วไป ไปจนถึงขนาดใหญ่สำหรับระบบน้ำและงานอุตสาหกรรม จึงสามารถเลือกใช้ให้สอดคล้องกับขนาดและลักษณะของระบบได้หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ขนาดวาล์วที่ใหญ่กว่าไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกว่าหรือรองรับแรงดันได้มากกว่าเสมอไป เพราะขนาดวาล์วและ Pressure Rating เป็นข้อมูลคนละส่วนที่ต้องพิจารณาร่วมกัน
การเลือก Butterfly Valve จึงควรพิจารณาทั้งขนาดท่อ อัตราการไหล แรงดัน อุณหภูมิ ชนิดของของไหล วัสดุของวาล์ว รูปแบบการเชื่อมต่อ และวิธีการควบคุมให้สัมพันธ์กับการออกแบบระบบ หากเลือกขนาดและสเปกได้เหมาะสม จะช่วยให้วาล์วควบคุมการไหลได้ตามต้องการ ลดปัญหาในการใช้งาน และทำให้ระบบท่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหา Butterfly Valve คุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Asia Pacific Supply & Engineering ที่มีประสบการณ์กว่า 29 ปี พร้อมให้คำปรึกษาและเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอุตสาหกรรม
